สถานที่: ประชุมออนไลน์
ผู้เข้าร่วม:
- ทีมวิจัยจากส่วนกลางและภูมิภาค (เหนือ อีสาน ใต้)
- ที่ปรึกษา ดร.ศุภโชค ปิยะสันติ์ ดร.อุดม วงสิงห์
- ผู้แทน วสศ.
- ประธานภาคและฝ่ายวิชาการ
- อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
วาระการประชุม
1. กล่าวเปิดประชุมและแจ้งวัตถุประสงค์
- ประธานแจ้งว่าการประชุมครั้งนี้เป็นการระดมสมองร่วมกันระหว่างทีมวิจัยและผู้เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาและปรับปรุงโครงร่างงานวิจัยก่อนลงเก็บข้อมูลรอบที่ 2 พร้อมขอข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วน1
- ขอบคุณผู้มีส่วนร่วมทุกฝ่ายที่เสียสละเวลามาร่วมประชุม
2. สรุปความคืบหน้าการดำเนินงานวิจัย
- ทีมวิจัยนำเสนอที่มาของโครงการและการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา
- ปีนี้เป็นปีที่ 3 ของโครงการ โดยปีแรกเน้นพัฒนารูปแบบการหนุนเสริม ปีที่สองนำโมเดลไปใช้จริงและศึกษาผล ปีนี้มุ่งเน้นการสังเคราะห์ข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย1
- วัตถุประสงค์หลักของการวิจัยปีนี้ ได้แก่
- ศึกษาบริบทและข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนคุณภาพในชุมชน
- วิเคราะห์องค์ประกอบและตัวชี้วัดมาตรการคุณภาพ
- ศึกษาความต้องการจำเป็นของโรงเรียน
- พัฒนาข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน1
- ใช้กรอบแนวคิดและทฤษฎีการพัฒนาโรงเรียนทั้งระบบเป็นหลัก
- กระบวนการวิจัยประกอบด้วยการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณและคุณภาพ การสนทนากลุ่ม และการประชาวิจารณ์
3. สรุปผลการดำเนินงานวิจัยในปีที่ผ่านมา
- ปีแรกได้พัฒนารูปแบบการหนุนเสริมและคู่มือการดำเนินงาน
- ปีที่สองศึกษาผลการใช้โมเดล พบว่าการหนุนเสริมช่วยให้โรงเรียนเป้าหมายมีคุณภาพดีขึ้น มีการนำเทคนิค PLC และการพัฒนาเครือข่ายมาใช้
- ปัจจัยสำคัญของความสำเร็จ ได้แก่ ผู้นำทางวิชาการ การมีทีมพัฒนาในโรงเรียน และการสนับสนุนจากชุมชน1
4. ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม
- หลายฝ่ายเห็นด้วยกับวัตถุประสงค์และแนวทางการวิจัย
- มีข้อเสนอให้เพิ่มเติมการเก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารโรงเรียนที่มีความกระตือรือร้นในการพัฒนา
- เสนอให้ถอดบทเรียนจากโครงการ/สถาบันอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ใกล้เคียง เพื่อเปรียบเทียบและใช้เป็นต้นแบบ
- ควรมีการกำหนดขอบเขตของข้อเสนอเชิงนโยบายให้ชัดเจน ว่าจะเน้นระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ หรือระดับนโยบายส่วนกลาง
- เสนอให้วิเคราะห์น้ำหนักของแต่ละตัวชี้วัดมาตรการคุณภาพ ว่าควรให้ความสำคัญเท่าเทียมหรือแบ่งกลุ่มหลัก-รอง
- ควรสะท้อนผลการประเมินกลับไปยังโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนรับรู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเอง
- มีข้อเสนอให้เก็บข้อมูลกับครูรุ่นใหม่ที่จบจากโครงการและเข้าไปทำงานในโรงเรียนเป้าหมาย เพื่อประเมินผลกระทบระยะยาว
- เสนอให้ใช้ข้อมูลจากการวิจัยนี้ในการออกแบบหลักสูตรการผลิตครูของสถาบันการศึกษา
5. สรุปและปิดการประชุม
- ทีมวิจัยรับข้อเสนอแนะทั้งหมดไปปรับปรุงกรอบแนวคิดและแผนการดำเนินงาน
- จะมีการเก็บข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมในพื้นที่ต่าง ๆ
- ข้อเสนอเชิงนโยบายจะครอบคลุมทั้งระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ สถาบันผลิตครู และนโยบายส่วนกลาง
- ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนและให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์
- แจ้งกำหนดการดำเนินงานช่วงเวลาที่เหลือและขอความร่วมมือในการเก็บข้อมูล
ประเด็นสำคัญที่ต้องดำเนินการต่อ
- ปรับปรุงกรอบแนวคิดและขอบเขตข้อเสนอเชิงนโยบาย
- วางแผนเก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารและครูรุ่นใหม่
- ถอดบทเรียนจากโครงการ/สถาบันอื่นที่เกี่ยวข้อง
- สะท้อนผลการประเมินกลับไปยังโรงเรียน
- เตรียมประชาวิจารณ์และสรุปรายงานฉบับสมบูรณ์
ประเด็นข้อเสนอเพิ่มเติมให้งานวิจัย
จากการประชุมและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วม มีประเด็นข้อเสนอเพิ่มเติมที่สำคัญเพื่อให้งานวิจัยมีความสมบูรณ์และเกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้
- การเก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารโรงเรียนที่มีความกระตือรือร้น
เสนอให้ทีมวิจัยลงพื้นที่เก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารโรงเรียนที่แสดงศักยภาพในการพัฒนาโรงเรียน เพื่อค้นหาปัจจัยที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตรงจุด1. - ถอดบทเรียนจากโครงการหรือสถาบันอื่นที่มีประสบการณ์ใกล้เคียง
ควรนำบทเรียนและประสบการณ์จากโครงการหรือสถาบันอื่นที่เคยดำเนินงานลักษณะเดียวกันมาศึกษาเปรียบเทียบ เพื่อสกัดแนวทางหรือโมเดลที่ประสบความสำเร็จและนำมาปรับใช้กับบริบทของตนเอง1. - กำหนดขอบเขตข้อเสนอเชิงนโยบายให้ชัดเจน
ข้อเสนอเชิงนโยบายควรระบุให้ชัดเจนว่าจะเน้นระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ หรือระดับนโยบายส่วนกลาง เพื่อให้การนำไปใช้เกิดประสิทธิภาพและตรงกับกลุ่มเป้าหมาย1. - การวิเคราะห์น้ำหนักของตัวชี้วัดมาตรการคุณภาพ
เสนอให้พิจารณาแบ่งกลุ่มตัวชี้วัดเป็นหลัก-รอง และกำหนดน้ำหนักความสำคัญของแต่ละตัวชี้วัดให้เหมาะสม ไม่ใช่ให้ความสำคัญเท่ากันทุกด้าน1. - สะท้อนผลการประเมินกลับไปยังโรงเรียน
ควรมีระบบหรือกระบวนการสะท้อนผลการประเมิน (feedback) กลับไปยังโรงเรียนเป้าหมาย เพื่อให้โรงเรียนรับรู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเองและนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง1. - เก็บข้อมูลกับครูรุ่นใหม่ที่จบจากโครงการและเข้าไปทำงานในโรงเรียนเป้าหมาย
เพื่อประเมินผลกระทบระยะยาวของโครงการ เสนอให้เก็บข้อมูลจากครูรุ่นใหม่ที่จบจากโครงการและเข้าไปปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนเป้าหมาย1. - ใช้ข้อมูลวิจัยในการออกแบบหลักสูตรการผลิตครูของสถาบันการศึกษา
ข้อเสนอให้ผลการวิจัยนี้ถูกนำไปใช้ในการออกแบบหรือปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูของสถาบันผลิตครู เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล1. - ขยายการเก็บข้อมูลในประเด็นที่เกี่ยวกับระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน
เสนอให้เพิ่มการศึกษาระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน (student support system) ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญแต่ยังไม่ได้รับการศึกษาลึกซึ้งในโรงเรียนขนาดเล็ก1. - ทบทวนและปรับปรุงกรอบแนวคิดและขอบเขตการวิจัย
ควรมีการทบทวนและปรับปรุงกรอบแนวคิดหรือ framework ของงานวิจัยให้ทันสมัยและครอบคลุมประเด็นใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจริง1. - นำข้อมูลและข้อค้นพบไปใช้ประโยชน์ในหลายระดับ
ข้อเสนอให้ผลการวิจัยถูกนำไปใช้ในหลายระดับ ได้แก่- ระดับโรงเรียน: เพื่อพัฒนาตนเอง
- ระดับเขตพื้นที่: เพื่อเป็นแนวทางขับเคลื่อนโรงเรียนในเขต
- ระดับสถาบันผลิตครู: เพื่อปรับปรุงหลักสูตร
- ระดับนโยบายส่วนกลาง: เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชน1.
- การจัดการทรัพยากรและการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก
เสนอให้มีมาตรการหรือข้อเสนอเชิงนโยบายเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรที่เหมาะสมกับบริบทของโรงเรียนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกล1. - การวิจัยเปรียบเทียบกับกลุ่มโรงเรียนเฉพาะทาง (เช่น ตชด.)
เสนอให้เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับกลุ่มโรงเรียนเฉพาะทาง เช่น โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อหาจุดร่วมและจุดต่างที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา1. - ติดตามผลและขยายผลกับกลุ่มเป้าหมายใหม่
หากเวลาจำกัด อาจวางแผนขยายการเก็บข้อมูลหรือประเด็นวิจัยในปีถัดไป โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายใหม่ เช่น โรงเรียนที่เป็นแหล่งผลิตครู หรือครูที่จบใหม่และเริ่มปฏิบัติงาน1.
ประเด็นเหล่านี้เป็นข้อเสนอสำคัญที่ได้รับการอภิปรายและเห็นพ้องจากที่ประชุม เพื่อเติมเต็มและยกระดับคุณภาพของงานวิจัยให้ตอบโจทย์การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชนและครูรัก(ษ์)ถิ่นอย่างแท้จริง
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย
จากการอภิปรายและแลกเปลี่ยนในที่ประชุม มีข้อเสนอแนะสำคัญเกี่ยวกับการจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายสำหรับงานวิจัยนี้ ดังนี้
- ขอบเขตและระดับของข้อเสนอเชิงนโยบาย
มีข้อเสนอให้กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนว่าข้อเสนอเชิงนโยบายจะครอบคลุมระดับใด เช่น ระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ สถาบันผลิตครู หรือระดับนโยบายส่วนกลาง เพื่อให้การนำไปใช้เกิดประสิทธิภาพและตรงกลุ่มเป้าหมาย1. - การอ้างอิงข้อมูลจากหน้างานและบริบทจริง
เน้นย้ำว่าข้อเสนอเชิงนโยบายควรตั้งอยู่บนฐานข้อมูลและประสบการณ์จริงจากการลงพื้นที่และเก็บข้อมูลเชิงลึก ทั้งในมิติของโรงเรียนเป้าหมายและทีมสนับสนุน1. - การใช้บทเรียนและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
เสนอให้ถอดบทเรียนจากโครงการหรือสถาบันอื่น ๆ ที่มีประสบการณ์ใกล้เคียง รวมถึงใช้ข้อมูลจากการวิจัยในปีที่ผ่าน ๆ มา เพื่อสกัดแนวทางหรือโมเดลที่ประสบความสำเร็จและนำมาปรับใช้1. - การวิเคราะห์น้ำหนักของตัวชี้วัดและมาตรการคุณภาพ
มีข้อเสนอให้พิจารณาน้ำหนักของแต่ละตัวชี้วัดมาตรการคุณภาพ ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญเท่ากันทุกด้าน อาจแบ่งเป็นกลุ่มหลัก-รอง เพื่อให้ข้อเสนอเชิงนโยบายมีความแม่นยำและเหมาะสมกับบริบท1. - การสะท้อนผลการประเมินกลับไปยังโรงเรียน
ข้อเสนอเชิงนโยบายควรคำนึงถึงการสะท้อนผล (feedback) จากการประเมินกลับไปยังโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนรับรู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเอง และนำไปสู่การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง1. - การเชื่อมโยงกับการผลิตและพัฒนาครู
ควรนำข้อค้นพบจากงานวิจัยไปใช้ในการออกแบบหรือปรับปรุงหลักสูตรการผลิตครูของสถาบันการศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล1.
- การเก็บข้อมูลกับกลุ่มเป้าหมายใหม่
เสนอให้เก็บข้อมูลกับครูรุ่นใหม่ที่จบจากโครงการและเข้าไปปฏิบัติงานจริงในโรงเรียนเป้าหมาย เพื่อประเมินผลกระทบระยะยาวและใช้เป็นฐานในการจัดทำนโยบาย1. - การนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบายหลายระดับ
ข้อเสนอเชิงนโยบายควรมีความยืดหยุ่น สามารถนำไปใช้ได้ทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ สถาบันผลิตครู และระดับนโยบายส่วนกลาง โดยต้องสื่อสารให้แต่ละระดับเข้าใจและนำไปปรับใช้ได้จริง1. - การปรับปรุงกรอบแนวคิดและเนื้อหาของข้อเสนอเชิงนโยบาย
มีข้อเสนอให้ทบทวนกรอบแนวคิดและขอบเขตของข้อเสนอเชิงนโยบายให้ทันสมัย สอดคล้องกับสถานการณ์และข้อมูลใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานจริง1. - การเก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารที่มีศักยภาพ
เสนอให้เก็บข้อมูลเชิงลึกกับผู้บริหารโรงเรียนที่มีความกระตือรือร้นในการพัฒนา เพื่อค้นหาปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนำไปสู่ข้อเสนอเชิงนโยบายที่ตรงจุด1.
โดยสรุป ข้อเสนอแนะในการจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายควรมีความชัดเจนทั้งในด้านขอบเขต เนื้อหา การอ้างอิงข้อมูลจริง การสะท้อนผล และการเชื่อมโยงกับนโยบายในระดับต่าง ๆ รวมถึงการนำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตและพัฒนาครูในอนาคต1.
ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับองค์ประกอบหลัก 6Q และตัวชี้วัดทั้ง 52 ตัวชี้วัด
1. ความเหมาะสมและความครอบคลุมของ 6Q
- มีการเสนอแนะให้ทบทวนว่า องค์ประกอบหลัก 6Q ที่ใช้เป็นกรอบมาตรการคุณภาพในโรงเรียนคุณภาพของชุมชนยังคงเหมาะสมและครอบคลุมหรือไม่ หรือควรมีการเพิ่มเติมองค์ประกอบใหม่ ๆ ที่สะท้อนบริบทและความต้องการจำเป็นของโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล1.
- มีข้อเสนอให้พิจารณาเพิ่มมาตรการหรือ “Q” ใหม่หากพบประเด็นสำคัญจากการเก็บข้อมูลที่ยังไม่ถูกสะท้อนใน 6Q เดิม เช่น ระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน หรือมาตรการด้านทรัพยากรและการสนับสนุนโรงเรียนขนาดเล็ก1.
2. น้ำหนักและการจัดกลุ่มตัวชี้วัด
- มีข้อเสนอให้วิเคราะห์และกำหนด “น้ำหนัก” ของแต่ละ Q และตัวชี้วัดทั้ง 52 ตัว ไม่ควรให้ความสำคัญเท่ากันทุกด้าน อาจแบ่งเป็นกลุ่ม “Q หลัก” กับ “Q รอง” หรือกลุ่มตัวชี้วัดหลัก-รอง เพื่อสะท้อนความสำคัญที่แตกต่างกันในแต่ละบริบท1.
- ควรพิจารณาจำนวนและสัดส่วนของตัวชี้วัดในแต่ละ Q ให้เหมาะสม เช่น Q บางด้านอาจมีตัวชี้วัดมากหรือน้อยกว่า Q อื่น ๆ ตามความสำคัญและความเป็นไปได้ในการปฏิบัติจริง1.
3. ความยืดหยุ่นและการปรับปรุงตัวชี้วัด
- เสนอให้มีการปรับปรุงหรือเพิ่มเติมตัวชี้วัดตามข้อมูลใหม่ที่ได้จากการลงพื้นที่และการเก็บข้อมูลจริง เพื่อให้ตัวชี้วัดสะท้อนความเป็นจริงและตอบโจทย์การพัฒนาโรงเรียนคุณภาพของชุมชนได้มากขึ้น1.
- ควรเปิดโอกาสให้มีการถอดบทเรียนจากโครงการหรือพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จ เพื่อนำมาปรับปรุงองค์ประกอบและตัวชี้วัดให้เหมาะสมกับบริบทที่หลากหลาย1.
4. การนำไปใช้และการสะท้อนผล
- มีข้อเสนอให้ใช้ผลการประเมินจาก 6Q และ 52 ตัวชี้วัด สะท้อนกลับไปยังโรงเรียน เพื่อให้โรงเรียนรับรู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของตนเองและนำไปพัฒนาต่อเนื่อง1.
- ควรออกแบบระบบหรือกระบวนการในการ feedback ผลการประเมินให้โรงเรียนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง1.
5. การเปรียบเทียบและขยายผล
- เสนอให้เปรียบเทียบผลการใช้ 6Q และตัวชี้วัดกับกลุ่มโรงเรียนเฉพาะทาง เช่น โรงเรียน ตชด. หรือโรงเรียนในโครงการอื่น ๆ เพื่อหาจุดร่วมและจุดต่างที่สำคัญ อาจนำไปสู่การปรับปรุงองค์ประกอบหรือเพิ่มตัวชี้วัดใหม่ ๆ1.
- หากมีข้อจำกัดด้านเวลา สามารถวางแผนขยายการเก็บข้อมูลหรือประเด็นการวิจัยในปีถัดไป โดยเน้นกลุ่มเป้าหมายใหม่หรือประเด็นที่ยังขาดอยู่1.
6. การสื่อสารและการใช้ประโยชน์
- ควรสื่อสารให้ผู้เกี่ยวข้องทุกระดับเข้าใจความหมายและการนำไปใช้ของ 6Q และ 52 ตัวชี้วัดอย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดการนำไปใช้ประโยชน์จริงทั้งในระดับโรงเรียน เขตพื้นที่ สถาบันผลิตครู และระดับนโยบายส่วนกลาง1.
สรุป:
ข้อเสนอแนะสำคัญเกี่ยวกับองค์ประกอบ 6Q และ 52 ตัวชี้วัด คือควรมีการทบทวนความเหมาะสม ปรับปรุงและเพิ่มเติมตามบริบทจริง กำหนดน้ำหนักและความสำคัญของแต่ละตัวชี้วัดอย่างเหมาะสม เปิดรับบทเรียนจากพื้นที่อื่น ๆ และสะท้อนผลการประเมินกลับไปยังโรงเรียนเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการสื่อสารและการนำไปใช้ในทุกระดับ1.







